CONTACT US
Share: Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn I recommend visiting cushmanwakefield.com to read:%0A%0A {0} %0A%0A {1}

อัปเดตตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569: ตลาดยังคงแข็งแกร่ง พร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ในทุกภาคส่วน

22/07/2026
Thailand Real Estate Market Update 2026 IMG_7172.JPG
Image: Real estate market update session, 2026.

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงแสดงศักยภาพการเติบโต ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก

แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะทางการเงินที่ยังตึงตัว แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาคที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ อาคารสำนักงาน และตลาดการลงทุน

ด้วยจุดแข็งด้านทำเลยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในระยะยาว ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มองหาโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท

ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก

ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยยังคงเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากชะลอการใช้จ่ายและตัดสินใจซื้อสินทรัพย์มูลค่าสูงอย่างระมัดระวังมากขึ้น

นอกจากนี้ ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง มาตรการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการขาดมาตรการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยจากภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร

คุณสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพมหานครประมาณ 2,332 ยูนิต ลดลงประมาณ 67% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี พบว่ามีการเปิดตัวโครงการใหม่รวมประมาณ 9,501 ยูนิต เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

"เราคาดว่าจำนวนคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ตลอดปี 2569 จะสูงกว่าประมาณการเดิมที่ 17,000 ยูนิต เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายเริ่มกลับมาเปิดโครงการใหม่และทยอยประกาศแผนการพัฒนาเพิ่มเติม โดยมีความเป็นไปได้ที่อุปทานใหม่ทั้งปีจะเข้าใกล้ 20,000 ยูนิต อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด"

ด้านทำเลที่ตั้งของโครงการใหม่ ผู้ประกอบการยังคงเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยประมาณ 90% ของโครงการที่เปิดตัวในไตรมาสที่ 2 ตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทนอกเขตศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพมหานคร

การเลือกพัฒนาโครงการในทำเลศักยภาพดังกล่าว ส่งผลให้ ราคาเปิดขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมใหม่ในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 150,420 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 78.4% จากไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ราคาเฉลี่ยของโครงการเปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปีอยู่ที่ประมาณ 120,360 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดสำหรับช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่ปี 2563

คุณสุรเชษฐกล่าวว่า 

การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาขายไม่ได้สะท้อนว่าตลาดมีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เป็นผลจากกลยุทธ์ของผู้ประกอบการที่หันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้น ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ผู้ประกอบการจึงเลือกพัฒนาโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะบริเวณที่สามารถเดินถึงสถานีรถไฟฟ้าได้ ซึ่งการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนยังส่งผลให้ต้นทุนที่ดินและราคาขายโครงการในพื้นที่ดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในด้านกลยุทธ์การพัฒนาโครงการ ตลาดยังสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบมากขึ้น โดยเกือบทั้งหมดของโครงการที่เปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปีเป็นโครงการของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ผู้ประกอบการนอกตลาดหลักทรัพย์เปิดตัวโครงการใหม่เพียง 68 ยูนิต จากทั้งหมด 9,501 ยูนิต สะท้อนถึงการชะลอการลงทุนของผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่ยังคงรอความชัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มปรับกลยุทธ์ด้วยการเปิดขายโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่มากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็กในระดับราคามากกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร นอกจากนี้ ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่อยู่นอกแนวเส้นทางรถไฟฟ้า

เนื่องจากผู้ประกอบการมุ่งเน้นการตอบโจทย์ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงมากกว่าการลงทุนเพื่อเก็งกำไร พร้อมทั้งนำเสนอรูปแบบการขายที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย และโปรแกรมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก่อนโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการโอนและลดความเสี่ยงจากการปฏิเสธสินเชื่อ

ในด้านความต้องการจากต่างประเทศ ตลาดยังคงเผชิญกับการชะลอตัวของผู้ซื้อชาวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักของตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ซื้อจากประเทศอื่นยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้อย่างเต็มที่

แม้ว่าจะเริ่มเห็นความสนใจจากผู้ซื้อชาวเมียนมาเพิ่มขึ้นในบางส่วน และผู้ซื้อชาวรัสเซียยังคงมีบทบาทในตลาดภูเก็ตและพัทยา แต่ความต้องการในกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระดับจำกัด ส่วนผู้ซื้อจากตะวันออกกลางและประเทศอื่น ๆ แม้จะเริ่มมีบทบาทมากขึ้น แต่ยังต้องติดตามพัฒนาการของตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี

แม้ตลาดคอนโดมิเนียมจะยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่ตลาดที่อยู่อาศัยของกรุงเทพมหานครยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเลือกพัฒนาโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ การยกระดับคุณภาพสินค้า และการบริหารอุปทานอย่างรอบคอบของผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างเสถียรภาพและสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดในระยะยาว

 

 

Thailand Real Estate Market Update 2026 IMG_7272.JPG

ตลาดอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางความต้องการลงทุนระยะยาวที่แข็งแกร่ง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของประเทศไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 

โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความสนใจของผู้ผลิตและนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงมองประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นชะลอตัวลงก็ตาม

คุณพงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลก มากกว่าการลดลงของความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในระยะยาว

"ประเทศสิงคโปร์ยังคงเป็นแหล่งเงินลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 118,868 ล้านบาท หรือคิดเป็น 57% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งโครงการ Data Center และอุตสาหกรรมการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board)"

ขณะที่ประเทศจีนเป็นนักลงทุนอันดับสอง ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 24,422 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตแผงวงจรความหนาแน่นสูง (High Density Interconnect PCB) และชิ้นส่วนเครื่องจักรความแม่นยำสูง ส่วนประเทศญี่ปุ่นอยู่อันดับที่สาม ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 20,554 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด

"เพียงสามประเทศนี้คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 79% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด โดยโครงการส่วนใหญ่ยังคงตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แม้มูลค่าการลงทุนจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีต้นทุนแรงงานและสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ดึงดูดมากกว่า"

แม้ว่าการลงทุนจะชะลอลงในระยะสั้น แต่ความต้องการใช้ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในระดับสูง คุณพงษ์พันธ์ระบุว่า ที่ดินพร้อมพัฒนาในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศเริ่มมีจำนวนจำกัด หลังจากได้รับความต้องการอย่างต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการไทยตลอดช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา

"นับตั้งแต่ปลายปี 2564 พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 8% ขณะที่ความต้องการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นถึง 18% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยคาดว่าจะมีที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทยอยแล้วเสร็จเพิ่มเติมประมาณ 20,290 ไร่ ภายในปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะยังได้รับการดูดซับจากความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง"

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ราคาขายเฉลี่ยของที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 8.4 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

คุณพงษ์พันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาครัฐยังคงให้ความสำคัญกับการติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินของนักลงทุนต่างชาติบางส่วน โดยเฉพาะกรณีที่มีการถือครองที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมโดยตรง ซึ่งการกำกับดูแลอย่างเหมาะสมและความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการลงทุนในระยะยาว 

การขยายตัวของภาคการผลิตยังส่งผลให้ความต้องการ โรงงานสำเร็จรูป (Ready-Built Factories: RBFs) และ คลังสินค้าสำเร็จรูป (Ready-Built Warehouses: RBWs) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงไตรมาสที่ 2 จะไม่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาด ส่งผลให้พื้นที่โรงงานสำเร็จรูปคงอยู่ที่ประมาณ 3.42 ล้านตารางเมตร และพื้นที่คลังสินค้าสำเร็จรูปอยู่ที่ประมาณ 6.05 ล้านตารางเมตร

ในด้านอัตราการเช่า โรงงานสำเร็จรูปมีอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 89.55% ขณะที่ คลังสินค้าสำเร็จรูปมีอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 85.28% ซึ่งต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะไม่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดก็ตาม

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องยังช่วยสนับสนุนให้ค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้น โดย ค่าเช่าเฉลี่ยของโรงงานสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นเป็น 196 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน จาก 194 บาทในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ ค่าเช่าเฉลี่ยของคลังสินค้าสำเร็จรูปปรับเพิ่มเป็น 160 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน จากเดิม 158 บาท

คุณพงษ์พันธ์กล่าวว่า ตลาดโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัวที่มีเสถียรภาพมากขึ้น จากแรงสนับสนุนของอัตราการเช่าที่แข็งแกร่งและการเติบโตของค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง 

ส่งผลให้ตลาดเริ่มเปลี่ยนผ่านจากภาวะที่ผู้เช่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ ไปสู่ตลาดที่มีความสมดุลมากขึ้น และเริ่มเอื้อต่อเจ้าของโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ

"การปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่าเช่าสะท้อนให้เห็นว่าอำนาจในการกำหนดราคากำลังทยอยกลับมาสู่เจ้าของโครงการ โดยเฉพาะโครงการโรงงานและคลังสินค้าสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าตลาดจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากอุปทานใหม่ที่มีจำกัด ขณะที่ความต้องการจากภาคการผลิต โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนทั้งอัตราการเช่าและการเติบโตของค่าเช่าในระยะต่อไป"

Thailand Real Estate Market Update 2026 IMG_7158.jpg

ตลาดพื้นที่สำนักงานกรุงเทพฯ เดินหน้าสู่ความสมดุลมากขึ้น ท่ามกลางความต้องการพื้นที่คุณภาพที่ยังแข็งแกร่ง

ตลาดพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพมหานครยังคงปรับตัวเข้าสู่ภาวะที่มีความสมดุลมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 หลังจากอัตราการเปิดตัวอาคารสำนักงานใหม่ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ 

ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาและการดึงดูดผู้เช่าระหว่างโครงการใหม่ลดความรุนแรงลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อาคารสำนักงานเกรด A หลายแห่งที่เปิดให้บริการในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเช่าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลายโครงการมีอัตราการเช่าใกล้เต็มพื้นที่ 

ส่งผลให้การแข่งขันของตลาดเริ่มเปลี่ยนจากอาคารสำนักงานเปิดใหม่ไปสู่การแข่งขันของอาคารสำนักงานเดิมที่ต้องเร่งยกระดับศักยภาพของสินทรัพย์เพื่อรักษาฐานผู้เช่า

คุณอุกฤษฏ์ พรพัฒนไพโรจน์ หัวหน้าฝ่ายพื้นที่สำนักงานให้เช่า บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า 

อาคารสำนักงานเกรด A และเกรด B ที่เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลานานกำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาผู้เช่า เนื่องจากสภาพอาคารที่เริ่มมีอายุการใช้งาน ประกอบกับอัตราค่าเช่าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เจ้าของอาคารหลายแห่งเร่งลงทุนปรับปรุงอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของผู้เช่าที่เปลี่ยนแปลงไป

"ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ไม่มีอาคารสำนักงานแห่งใหม่เปิดให้บริการในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้พื้นที่สำนักงานรวมของกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 9.15 ล้านตารางเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในเขตศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ประมาณ 5.03 ล้านตารางเมตร พื้นที่เมืองชั้นกลางประมาณ 2.41 ล้านตารางเมตร และพื้นที่เมืองชั้นนอกอีกประมาณ 1.71 ล้านตารางเมตร”

คุณอุกฤษฏ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันอาคารสำนักงาน เกรด A คิดเป็นประมาณ 38% ของพื้นที่สำนักงานทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ เกรด B มีสัดส่วนสูงถึง 58% และอาคาร เกรด C คิดเป็นประมาณ 4%

"ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าอาคารสำนักงานเกรด B ยังคงเป็นกลุ่มอาคารที่มีพื้นที่มากที่สุดในตลาด และกว่าครึ่งของอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ในทางกลับกัน อาคารสำนักงานที่เปิดให้บริการใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 78% เป็นอาคารเกรด A ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของผู้พัฒนาโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาคารสำนักงานคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด"

สำหรับอุปทานในอนาคต คาดว่าจะมีพื้นที่สำนักงานใหม่ประมาณ 616,130 ตารางเมตร ทยอยเปิดให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จนถึงปี 2574 รวมถึงอาจมีโครงการใหม่หรือการปรับปรุงอาคารสำนักงานเพิ่มเติมในอนาคต

แม้ว่าพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) จะยังคงเป็นทำเลหลักของการพัฒนาอาคารสำนักงานแห่งใหม่ แต่พื้นที่เมืองชั้นนอก เช่น แนวถนนสุขุมวิทตอนปลาย บางนา–ตราด และพหลโยธิน 

เริ่มมีการพัฒนาโครงการสำนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับในอดีต แม้ว่าจะยังมีปริมาณน้อยกว่าพื้นที่ CBD ก็ตาม ขณะที่พื้นที่เมืองชั้นกลางกลับมีการพัฒนาโครงการใหม่ค่อนข้างจำกัด 

เนื่องจากต้นทุนที่ดินอยู่ในระดับสูงและไม่เอื้อต่อการพัฒนาอาคารสำนักงาน ส่วนโครงการในพื้นที่ CBD ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการพัฒนาบนที่ดินเช่าระยะยาวและโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่

ในด้านอุปสงค์ ตลาดสำนักงานยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการพื้นที่คุณภาพ โดย อัตราพื้นที่ว่างของอาคารสำนักงานเกรด A ในเขต CBD ลดลงเหลือ 21.9% ในไตรมาสที่ 2 จาก 23.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2566 

สะท้อนถึงผลจากการชะลอตัวของอุปทานใหม่และความต้องการเช่าพื้นที่สำนักงานคุณภาพสูงที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงานใหม่และการขยายพื้นที่ของผู้เช่าเดิม

ด้านค่าเช่า ค่าเช่ารวมเฉลี่ยของอาคารสำนักงานเกรด A ยังคงทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 943 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน โดยเจ้าของอาคารเลือกใช้กลยุทธ์การแข่งขันผ่านสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แทนการลดค่าเช่า ไม่ว่าจะเป็นการมอบช่วงเวลาปลอดค่าเช่า (Rent-free Periods) การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการตกแต่งสำนักงาน (Fit-out Allowances) รวมถึงการเสนอเงื่อนไขสัญญาเช่าที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนโดยรวมของผู้เช่า ขณะที่เจ้าของอาคารยังสามารถรักษาระดับค่าเช่าไว้ได้

คุณอุกฤษฏ์กล่าวว่า ตลาดยังคงได้รับอิทธิพลจากแนวโน้ม "Flight-to-Quality" หรือการย้ายเข้าสู่พื้นที่สำนักงานที่มีคุณภาพสูงกว่า โดยผู้เช่าส่วนใหญ่เลือกย้ายจากอาคารสำนักงานเก่าหรืออาคารที่มีศักยภาพการแข่งขันลดลง ไปสู่อาคารสำนักงานรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานอาคารที่ทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีกว่า และข้อเสนอทางการเช่าที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น

"ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตลาดพื้นที่สำนักงานของกรุงเทพมหานครยังมีแนวโน้มเป็น ตลาดของผู้เช่า (Tenant's Market) เนื่องจากระดับพื้นที่ว่างโดยรวมยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง เจ้าของอาคารยังจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ด้านสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการเช่าที่แข่งขันได้ เพื่อดึงดูดผู้เช่ารายใหม่และรักษาผู้เช่าเดิม อย่างไรก็ตาม ความต้องการพื้นที่สำนักงานคุณภาพยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ตลาดสำนักงานของกรุงเทพฯ มีเสถียรภาพและฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะยาว"

ตลาดทุนและการลงทุน: นักลงทุนมุ่งเน้นสินทรัพย์คุณภาพ พร้อมชี้โอกาสใหม่ของเจ้าของที่ดิน

คุณวรัตถ์ สิริศักดานุกูล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายตลาดทุนและการลงทุน บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังคงอยู่ในช่วงของการปรับตัวหลังการเปลี่ยนผ่านของตลาดในยุคหลังโควิด-19 โดยเฉพาะตลาดที่ดินในกรุงเทพมหานคร ซึ่งตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ราคาที่ดินในเขตศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และพื้นที่โดยรอบได้รับแรงขับเคลื่อนจากการแข่งขันของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เร่งเข้าซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม วัฏจักรราคาที่ดินในระดับสูงสุด (Peak Cycle) ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจนถึงปัจจุบันราคาที่ดินยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับเดิมได้ เนื่องจากตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง รวมถึงการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการไม่สามารถรองรับต้นทุนการซื้อที่ดินในระดับสูงเช่นในอดีตได้

คุณวรัตถ์อธิบายว่า ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนในหลายทำเลของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้า BTS ช่วงสถานีบางจากถึงสถานีอุดมสุข ซึ่งแม้เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ยังคงตั้งราคาขายไว้ที่ประมาณ 900,000-1,000,000 บาทต่อตารางวา แต่ข้อเสนอซื้อจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ต่ำกว่า 600,000 บาทต่อตารางวา สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างราคาที่ผู้ขายคาดหวังกับระดับราคาที่ตลาดสามารถรองรับได้ในปัจจุบัน

"ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าราคาที่ดินไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมือนในอดีตอีกต่อไป และหากเจ้าของที่ดินมีความจำเป็นต้องขายในช่วงเวลานี้ ก็มีโอกาสสูงที่จะต้องยอมขายในราคาที่ต่ำกว่าที่คาดหวัง"
ด้วยเหตุนี้ คุณวรัตถ์มองว่า การบริหารสินทรัพย์ผ่านการปล่อยเช่าระยะยาว (Long-term Lease) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการขายขาดในภาวะที่ตลาดอยู่ในลักษณะของ "ตลาดผู้ซื้อ (Buyer's Market)"

"การนำที่ดินเปล่ามาปล่อยเช่าระยะยาวในช่วง 10-30 ปี ไม่เพียงช่วยให้เจ้าของที่ดินไม่จำเป็นต้องลดราคาขายเพื่อแข่งขันในตลาดเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่า ขณะที่ยังคงถือครองกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์คุณภาพไว้ได้ นอกจากนี้ การนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ยังช่วยลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่าได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว"

แม้ว่าตลาดจะยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับสินทรัพย์คุณภาพ (Quality Assets) และโอกาสการลงทุนในทำเลยุทธศาสตร์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในอนาคต

Thailand Real Estate Market Update 2026 IMG_7246.JPG

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงมีศักยภาพในการเติบโตและเปิดโอกาสการลงทุนในหลากหลายภาคส่วน ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหลากหลาย ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้ใช้อสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ผู้ที่สามารถติดตามแนวโน้มตลาดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทั้งด้านการลงทุน 

การขยายธุรกิจ และการบริหารสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ

คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย พร้อมสนับสนุนลูกค้าและนักลงทุนด้วยบริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลตลาด การวางกลยุทธ์การลงทุน การให้คำปรึกษาด้านการเช่าและการใช้พื้นที่ ตลอดจนข้อมูลวิจัยเชิงลึก เพื่อช่วยให้ทุกการตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกช่วงของวงจรอสังหาริมทรัพย์ ติดตามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย บทวิเคราะห์ล่าสุด และโอกาสการลงทุนจาก **คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย** เพื่อก้าวทันทุกการเปลี่ยนแปลงของตลาดและค้นหาโอกาสใหม่ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ติดต่อเรา

Jirayut-Intachai.jpg
Jirayut Intachai

Marketing Executive • Bangkok

Recent Press Releases

Global Data Center Markets_CardImage.jpg
แนวโน้มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในเอเชียแปซิฟิก: ประเทศมาเลเซีย ไทย และญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในภูมิภาค

ในปี 2025 นี้ ประเทศมาเลเซีย ไทย และญี่ปุ่น ยังคงเป็นผู้นำในการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในเอเชียแปซิฟิก โดยข้อมูลจากรายงาน Asia Pacific Data Centre Investment Landscape ของ Cushman & Wakefield.

Amy Kelly • 18/06/2025

Feature Image Thai Condo Market Growth.jpg
China's Real Estate Expansion in Thailand: Challenges for Local Developers

จีนรุกอสังหาฯไทย“ดีเวลลอปเปอร์” รายกลาง-เล็กต้องปรับตัว กูรูชี้“โดนัลด์ ทรัมป์” หวนคืนผู้นำสหรัฐอเมริกา จีนแห่ตบเท่าเข้าไทย ปูพรมตั้งฐานธุรกิจส่งออก จับตาจีนรุกอสังหาฯไทย“ดีเวลลอปเปอร์” รายกลาง-เล็กต้องปรับตัว

Sarawut Tikhachon • 24/02/2025

One Bangkok Grand Opening Cushman & Wakefield 2.jpg
One Bangkok Grand Opening: A New Landmark Shines in the Heart of Bangkok

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแบบผสมผสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

11/11/2024

Feature Image.jpg
Total Grade A Office Stock Expanded, Rents Remained Stable

Total Grade A office inventory in the CBD area expanded to 2.34 million sq m in Q3 2024, up from 2.32 million sqm in Q2 2024, an increase of 0.8%. The completion of the new Supalai Icon office project added 19,286 sqm ofGrade A supply in the CBD market.

Sarawut Tikhachon • 16/10/2024

Thailand Property Valuation
ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนและบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างชาญฉลาด

การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน (Property Valuation) คือ กระบวนการวิเคราะห์และประเมินราคาที่เหมาะสมของทรัพย์สินต่างๆ เช่น ที่ดิน อาคาร บ้าน คอนโดมิเนียม หรือทรัพย์สินอื่นๆ

01/08/2024

Pride Month 2024 Unity LGBTQ+ Integrated Netw.png
ออฟฟิศตึกไหนในกรุงเทพมีโอกาสเห็นขบวนพาเหรด Bangkok Pride 2024

Cushman & Wakefield is proud to support PRIDE MONTH 2024 with UNITY LGBTQ+ INTEGRATED NETWORK AT CUSHMAN & WAKEFIELD #TAKEPRIDE, celebrating rights and promoting diversity.

29/05/2024

Thailand Industrial
In Q1 2024, Thailand Industrial Market Beat Report of Cushman & Wakefield.

The Bangkok industrial market showed mixed signals in Q1 2024. Ready-built factory (RBF) vacancy rates improved slightly, while warehouse vacancy rates edged up.

22/05/2024

หาสิ่งนั้นไม่เจอ?

ติดต่อกับหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญของเรา
With your permission we and our partners would like to use cookies in order to access and record information and process personal data, such as unique identifiers and standard information sent by a device to ensure our website performs as expected, to develop and improve our products, and for advertising and insight purposes.

Alternatively click on More Options and select your preferences before providing or refusing consent. Some processing of your personal data may not require your consent, but you have a right to object to such processing.

You can change your preferences at any time by returning to this site or clicking on Privacy & Cookies.
MORE OPTIONS
AGREE AND CLOSE
These cookies ensure that our website performs as expected,for example website traffic load is balanced across our servers to prevent our website from crashing during particularly high usage.
These cookies allow our website to remember choices you make (such as your user name, language or the region you are in) and provide enhanced features. These cookies do not gather any information about you that could be used for advertising or remember where you have been on the internet.
These cookies allow us to work with our marketing partners to understand which ads or links you have clicked on before arriving on our website or to help us make our advertising more relevant to you.
Agree All
Reject All
SAVE SETTINGS