ถนนประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำที่ค้นพบบทบาทใหม่
ถนนทรงวาดเป็นที่รู้จักจากอาคารพาณิชย์สไตล์ชิโน-โปรตุกีส หน้าร้านแคบ และตรอกซอยสำหรับคนเดินที่เชื่อมโยงพื้นที่โดยรอบ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ย่านที่ยังคงบรรยากาศเมืองเก่านี้ได้รับความสนใจมากขึ้นจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีผู้สร้างคอนเทนต์ ศิลปิน และผู้มาเยือนจำนวนมากเข้ามาใช้พื้นที่เป็นฉากหลังของประสบการณ์เมืองเก่าที่แตกต่างจากย่านรีเทลหลักของกรุงเทพฯ
จากพื้นที่จัดเก็บสินค้า สู่รีเทลเชิงประสบการณ์
การเปลี่ยนผ่านของย่านนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าของอาคารรายย่อยเริ่มปรับพื้นที่โกดังและร้านค้าที่เคยใช้เพื่อการจัดเก็บหรือค้าขายแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับร้านอาหาร เครื่องดื่ม คาเฟ่ และแบรนด์รีเทลต่าง ๆ จากจุดเริ่มต้นของ specialty coffee และคาเฟ่ในโกดังดัดแปลง ปัจจุบันทรงวาดกำลังพัฒนาไปสู่พื้นที่ของร้านค้าที่ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ flagship store เชิงประสบการณ์ และ destination venue ที่ใช้สถานที่ สถาปัตยกรรม และบรรยากาศเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แบรนด์
คลัสเตอร์น้ำหอมและ Scent Design ที่โดดเด่นของย่าน
หนึ่งในกลุ่มสินค้าที่โดดเด่นที่สุดบนถนนทรงวาดคือ premium fragrance, body care และ scent design โดยข้อมูลจาก Market Commentary ระบุว่า ปัจจุบันถนนทรงวาดมีร้านน้ำหอมและ scent-design ของไทยประมาณ 10 ร้าน สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดน้ำหอมในประเทศไทย ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2568 สู่มูลค่า 14.9 พันล้านบาท แบรนด์ไทยอย่าง Antidotes, Frayn, Copenn, Amoln และ Reunrom มีบทบาทสำคัญในการสร้างคลัสเตอร์นี้ ขณะที่ Thann, Le Labo, Journal และ Panpuri ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทรงวาดให้เป็นจุดหมายของ scent-led retail ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น